หูของเขากับปากของเขามันอยู่ใกล้กัน หูของเรามันอยู่ไกลจากปากเขา เก็บเอามาเป็นขยะในใจเราทำไม <เก็บเอามาฝากจากพระวิทยากร>
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คติธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คติธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๑๗ ให้ระวังมิตรเทียม


มิตรเทียม ๒ ประเภท ได้แก่
๑.มิตรดีแต่พูด มีลักษณะดังนี้
-ดีแต่ยกของที่หมดแล้วมาพูด
-ดีแต่อ้างของที่ยังไม่มีมาพูด
-สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่ยังไม่มีมาพูด
-เมื่อเพื่อนมีกิจอ้างแต่เหตุขัดข้อง
๒.มิตรพูดประจบ มีลักษณะดังนี้
-จะทำชั่วก็เห็นว่าดี โดยไม่ห้าม
-จะทำดีก็เห็นว่าดี เพื่อต้องการเอาใจ
-ต่อหน้าสรรเสริญ
-ลับหลังนินทา
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ให้ระวังในการคบมิตร
มิตรเทียมมีลักษณะดังที่กล่าวมาแล้ว
ไม่ชี้ประโยชน์และทางนำไปสู่ความสุขได้
ดังนั้นควรแสวงหาเพื่อนที่ดี ถ้าหาไม่พบ
ก็ควรอยู่คนเดียวดีกว่าเอาคนชั่วมาเป็นเพื่อน
ฉันทนา  อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๑๖ ธรรมประจำใจอันประเสริฐ

ธรรมประจำใจอันประเสริฐมี ๔ ประการ
๑.เมตตา ความรักใคร่ปรารถนาดีอยากให้เขามีความสุข มีจิตอันแผ่ไมตรี และคิดทำประโยชน์แก่มนุษย์และสัตว์
๒.กรุณา ความสงสาร คิดช่วยให้พ้นทุกข์ ใฝ่ใจที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ยากเดือดร้อนของปวงสัตว์
๓.มุทิตา ความยินดี เมื่อผู้อื่นอยู่ดีมีสุข
๔.อุเบกขา ความวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอีัยงด้วยความรักและชัง พิจารณาเห็นว่าทุกคนต้องรับผลกรรมดี กรรมชั่วที่ตนได้กระทำไว้แล้ว
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องดำรงพรหมวิหาร ๔
จะได้รู้หลักความประพฤติที่ประเสริฐบริสุทธิ์ 
เป็นธรรมที่ต้องมีไว้เป็นหลักใจและกำกับความประพฤติ
จึงชื่อว่า ดำเนินชีวิตหมดจด
และประพฤติตนต่อมนุษย์สัตว์ทั้งหลายโดยชอบ
ท่านมีธรรมประจำใจอันประเสริฐแล้วหรือยัง?
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๕ หลักการครองเรือน


ธรรมสำหรับการครองเรือนมี ๔ ประการ ได้แก่
๑.สัจจะ คือ ความจริง ซื่อสัตย์จริงใจ พูดจริงทำจริง
๒.ทมะ คือ ความข่มใจ รู้จักควบคุมจิตใจ ฝึกหัดนิสัยไปกับสิ่งที่ดี แก้ไขข้อบกพร่อง
๓.ขันติ คือ ความอดทน ตั้งใจทำงานด้วยความเข้มแข็งอดทน มีจิตตั้งมั่นในจุดหมายไมม่ท้อถอย
๔.จาคะ คือ เสียสละ สละกิเลส สละความสุขสบาย สละประโยชน์ส่วนตน รับฟังความทุกข์ของผู้อื่น
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนนี้ ต้องรู้วิธีการครองเรือน ต้องปฏิบัติฆารวาสธรรม ๔ ดังที่กล่าวมา
ความจริงใจ ความข่มใจ ความอดทน เสียสละ 
ธรรมะสี่ประการนนี้ท่านมีพร้อมหรือยัง?
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๔ วาจาดีมีประโยชน์

  อย่ากล่าวคำหยาบกับใครๆ ถ้าเราด่าเขา เขาจะด่าตอบเรา
การพูดจาก้าวร้าวกัน เป็นเหตุก่อทุกข์
อาจลุกลามถึงขั้นลงมือประทุษร้ายกัน
ทางที่ดีที่สุด เมื่อมีเหตุให้มีการทะเลาะ
จงเงียบเสียงให้เหมือนฆ้องปากแตก 
จะได้ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับใคร
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องฝึกให้มีวาจาดี
วาจาที่ดี จะต้องเป็นวาจาที่กล่าวถูกกาล
วาจาที่กล่าวเป็นความจริงและมีประโยชน์
วาจาที่กล่าวอ่อนหวานและกล่าวด้วยเมตตาจิต
ท่านจะพบแต่คนที่เป็นมิตรไม่มีใครคิดร้าย
เพราะท่านไม่พูดเสียหายแก่ใคร
วาจาดีเป็นวาจาสุภาษิต
นำพาชีวิตให้มีความสงบสุข
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๓ ทางที่นำไปสู่ความสุขความเจริญ


ทางแห่งกุศลกรรม เป็นทางไปสู่ความสุขความเจริญ
๑.ละเว้นจากการฆ่า การเบียดเบียน มีเมตตากรุณา
๒.ไม่ลักขโมยของผู้อื่น เคารพในทรัพย์สินของผู้อื่น
๓.ละเว้นจากการประพฤติผิดในกาม มีกามสังวร
๔.ละเว้นจากการพูดเท็จ กล่าวแต่คำจริง
๕.ละเว้นจากการพูดส่อเสียด กล่าวแต่คำที่สร้างสามัคคี
๖.ละเว้นจากการพูดคำหยาบ พูดแต่คำสุภาพอ่อนหวาน
๘.ไม่เพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น มีจิตคิดจะให้
๙.ไม่คิดร้ายผู้อื่น คิดปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข
๑๐.มีความเห็นชอบ คือ เห็นว่าทานมีผล การบูชามีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วมีจริง
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องบำเพ็ญกุศลกรรมบท ๑๐
ชีวิตจะได้มีความสุขความเจริญ
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๒ ทางแห่งการทำความดี


ที่ตั้งแห่งการทำบุญ หรือทางแห่งความดีมี ๑๐ อย่าง
๑.ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ
๒.ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือประพฤติดี
๓.ทำบุญด้วยการฝึกจิตให้สงบและเกิดปัญญา
๔.ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม
๕.ทำบุญด้วยการขวนขวายรับใช้ผู้อื่น
๖.ทำบุญด้วยการแบ่งส่วนแห่งความดีในตนให้ผู้อื่น
๗.ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น
๘.ทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้
๙.ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้แก่ผู้อื่น
๑๐.ทำบุญด้วยการทำความคิดเห็นให้ถูกต้อง เห็นว่า ทานมีผล การบูชามีผล ผลของกรรมดีและกรรมชั่วมีจริง
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องเจริญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐
เพื่อฝึกฝนให้เป็นคนดี เป็นที่พึ่งแก่ตน
ทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและบุคคลอื่น
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๑ เมตตาค่ายิ่งใหญ่




สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้มีเมตตา
ให้แสดงความรักความปรารถนาดีต่อผู้อื่น
ต้องการให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขโดยทั่วหน้า 
ไม่มีอะไรจะให้ความเย็นแก่จิตใจเท่าเมตตา
เมตตามีผลทำให้ได้รับความสงบสุข
เป็นไปเพื่อสงเคราะห์กันและกัน
เพื่อไม่ให้ทะเลาะบาดหมาง มีความพร้อมเพรียง
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องเจริญเมตตาให้มาก
เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ทำให้คนมีความรักใคร่ปรองดอง
ท่านจะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
เพราะท่านมีคนช่วยแก้ไขปัญหาด้วยไมตรีจิต
ในฐานะญาติมิตรที่มีเมตตาต่อกัน
วันนี้ท่านมีเมตตาหรือยัง
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๑๐ อย่าจับผิดผู้อื่น


ร่างกายนี้แตกสลายง่ายและว่างเปล่า
เช่นเดียวกับฟองน้ำและพยับแดด
ไม่มีแก่นสารที่จะยึดว่าเป็นตัวเราของเรา
ฉะนั้น ไม่ควรเที่ยวจับผิดผู้อื่น
ไปจับผิดในธุระที่เขาทำแล้ว หรือยังไม่ทำ
ควรตรวจดูในความบกพร่องของตน
ในธุระที่ตนได้กระทำไปแล้ว
และในธุระที่ตนยังไม่ได้กระทำ
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ พึงสังวรให้ดี
ถ้าอยากมีความสุข ต้องหยุดดูผู้อื่น
ไม่ลืมที่จะหยุดดูตัวเอง
คอยสังเกตดูสิ่งที่ตนคิด ตนพูด ตนทำ
อย่าให้เป็นไปกับบาปอกุศล
ต้องครองตนให้อยู่ในบุญกุศลเท่านั้น
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๙ ก้าวสู่ความสำเร็จของชีวิต


ผู้มีชีวิตอยู่ด้วยการมีสติ 
คือ ไม่เผลอ สามารถคุมใจไว้กับกิจ คุมจิตไว้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง
ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง สะอาด เรียบร้อย
มีความรอบคอบ คอยระมัดระวัง
เอาชนะใจตนเองได้ ไม่ปล่อยจิตไปตามอำนาจกิเลส
เป็นผู้ที่สามารถเผากิเลสเครื่องผูกมัดได้แล้ว
เหมือนไฟเผาเชื้อทุกชนิดหมดสิ้นฉะนั้น
เขาย่อมบรรลุถึงความสำเร็จ
เข้าถึงความสุขอันไพบูลย์
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้
จะมีความก้าวหน้าในชีวิตและในการงาน
ข้อสำคัญต้องจดจำพระธรรมอันวิเศษนี้ไว้ให้ดี
เพราะเป็นกุญแจดอกสำคัญ
ที่นำท่านไขไปสู่ความสำเร็จของชีวิต
เข้าถึงความสุขอันไพบูลย์
สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม 

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๘ แนบชีวิตอยู่กับสิ่งที่ประเสริฐ


บุคคลผู้อ่อนน้อมกราบไหว้ผู้ใหญ่เสมอ
บุคคลผู้มีศีล มีความสำรวมระวังไม่เบียดเบียนผู้อื่น
บุคคลผู้มีสมาธิ คือมีจิตตั้งมั่นอยู่กับงานที่กำลังทำ
บุคคลผู้มีปัญญา สามารถพิจารณาเห็นความจริงของชีวิต ที่เกิดมาแล้วตั้งอยู่ไม่นานก็ต้องเสื่อมสิ้น แตกสลายไปในที่สุด รีบขวนขวายทำบุญกุศล เป็นบุคคลที่ประเสริฐ น่าสรรเสริญแม้จะมีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ก็ประเสริฐสุด
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ พึงรู้วิธีปฏิบัติตนดังนี้ 
เป็นผู้สูงศักดิ์ เพราะท่านเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน
เป็นผู้มีความสง่างามมีชื่อเสียง เพราะท่านมีศีล
เป็นผู้มีความสุข เพราะจิตตั้งมั่นมีสมาธิั
เป็นผู้มีปัญญา เพราะมีการฟัง พิจารณาและปฏิบัติตามคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านจะเข้าถึงชีวิตที่ประเสริฐสุด
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๗ เคล็ดลับทำจิตใจให้เป็นบุญ


คนที่ไม่มีความโลภอยากได้
คนที่ไม่มีความโกรธแค้นอาฆาต
คนที่มีสติ รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่มีความหลง
เป็นผู้ที่ไม่มีบาป มีแต่บุญกุศล
เขาจะตื่นอบ่างเป็นสุข เขาจะหลับอย่างเป็นสุข
เขาจะเป็นสุขในทุกแห่งหนทุกกาลเวลา
เพราะเขาไม่มีความโลภ ความโกรธ ความหลง
ผู้อธิฐานธรรมข้อนี้ จะต้องปฏิบัติตนดังนี้
ละความโลภด้วยการเสียสละ ให้ทานเสมอ
ละความโกรธ ด้วยการมีเมตตาต่อทุกชีวิต
ให้นึกว่าเขาเกิดมาแล้ว กำลังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้
ไม่ช้าก็ต้องตาย อย่าไปเกลียดโกรธเขาเลย
ละความหลง ด้วยการมีสติอย่าเผลอ
ใส่ใจในอาการเคลื่อนไหวของกายในทุกอิริยาบท
ในทุกๆ การงาน ให้มีความรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลา
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม


อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๖ ตกแต่งใจให้บริสุทธิ์


คนเรานั้นมีใจเป็นใหญ่
ถ้าใจบริสุทธิ์จะพูดจะทำก็บริสุทธิ์
การทำใจให้บริสุทธิ์นั้น จะต้องทำกุศล ๓ อย่าง คือ
๑.ทานกุศล คือ การให้สิ่งของ ให้ธรรม ให้อภัย
๒.ศีลกุศล คือ การสำรวมความประพฤติทางกาย วาจา
๓.ภาวนากุศล คือ การทำสมาธิเพื่อให้จิตสงบ หรือการปฏิบัติวิปัสสนาให้เกิดปัญญา สามารถดับทุึกข์ ดับกิเลส จนจิตได้เข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องหมั่นสั่งสมบุญบารมี
รู้วิธีทำจิตให้สงบ ด้วยการเตือนตนทุกวันว่า 
"วันนี้ต้องให้ทาน ต้องงดเว้นการเบียดเบียนผู้อื่น ด้วยคำพูดและการกระทำที่ไม่ดี ต้องมีสมาธิตั้งมั่นอยู่กับการงานที่กำลังทำอยู่ตลอดเวลา และต้องฝึกฝนอบรมจิตให้เกิดปัญญา"
เพื่อนำพานาวาชีวิตไปสู่ความพ้นทุกข์
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๕ พร ๕ ประการ

พร ๕ ประการ คือ
๑.อายุ       คือ ความมีอายุยืนยาว
๒.วรรณะ   คือ ความอิ่มเอิบผ่องใส
๓.สุขะ       คือ ความสุข
๔.โภคะ     คือ พรั่งพร้อมด้วยทรัพย์สินซึ่งอำนวยความสะดวกสบาย
๕.พละ       คือ มีกำลังเข้มแข็ง สามารถขจัดกิเลสหรือความทุกข์ใดๆ ได้หมดสิ้น
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ เป็นคนมีบุญบารมี
เพราะรู้วิธีปฏิบัติตน เพื่อให้ได้พร ๕ อย่างดังกล่าวนี้
การเจริญอิทธิบาท ๔ ทำให้มีอายุยืนยาว
การรักษาศีล ทำให้มีความงาม อิ่มเอิบ
การทำสมาธิจนได้ฌาน ทำให้มีความสุข
การมีพรหมวิหาร ๔ ทำให้ได้โภคะ
การเจริญวิปัสสนา ทำให้ได้ปัญญาพละ
สามารถขจัดกิเลสความทุกข์ได้หมดสิ้น
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๔ คบคนดีมีประโยชน์


จะเป็นคนดีมีประโยชน์ ต้องคบคนดี
และยอมตนให้บัณฑิตตักเตือนพร่ำสอน
และกีดกันให้ออกจากความชั่ว
บัณฑิตจะกล่าวคำสั่งสอนอบรมว่า
ไม่พึงคบคนชั่ว คบคนที่ดีเยี่ยม
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ให้เลือกคบคนดี
บุคคลที่ดีที่สุด เยี่ยมที่สุด เลิศที่สุด คือ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คำสอนของพระองค์ทั้งประเสริฐและมีประโยชน์ที่สุด
ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ได้นั้น
เป็นคนดีมีประโยชน์ เป็นคนประเสริฐ
ทำประโยชน์ได้เลิศทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม ข้อที่ ๓ ความโกรธโทษร้ายแรง

โทสะ ความโกรธที่ประทุษร้ายใจ
ทำให้เดือดร้อนกระวนกระวายใจ
เมื่อแรงขึ้นก็พยายามมุ่งร้ายต่อผู้อื่น
โดยไม่เลือกว่าผิดหรือถูก ไม่มีเหตุผล
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้มีสติ
พิจารณาถึงอันตรายของความเร่าร้อนที่เกิดจากโทสะ
คนอื่นสักหมื่นคนที่คอยจ้องทำร้ายเราอยู่
ก็ไม่สู้อันตรายของความโกรธที่กำลังทำร้ายเรา
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ ต้องพยายามละความโกรธ
ด้วยการเพ่งดูอาการเร่าร้อนที่กำลังเกิดในใจ
จะช่วยละความโกรธได้ พอใจร้อนก็เพ่งดูที่ใจอีก
ดูจนกระทั่งความโกรธความเร่าร้อนในใจหายไป 
ขอให้ตั้งใจให้มั่นคงเชื่อฟังคำสอนของพระพุทธองค์
ปฏิบัติตนไปสู่ความพ้นทุกข์ ด้วยความไม่โกรธ
ชีวิตจะไม่มีโทษ หมดความทุกข์ความกังวลทั้งปวง
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม

วันเสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวันข้อที่ ๒ ต้องละความโลภจึงได้ลาภ


ความโลภคือความอยากได้
แต่อย่าให้ความอยากได้รุนแรงจนกระทั่ง
มุ่งแต่จะเอาอย่างเดียว โดยไม่เลือกว่า ดีหรือชั่ว ถูกหรือผิด
ความโลภมากไม่ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง
ความเจริญรุ่งเรืองหรือความมั่งมีนั้น
จะต้องมีความเพียรในการแสวงหาอย่างถูกต้อง
ไม่ก่อทุกข์โทษภัยแก่ผู้ใดทั้งสิ้น

ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้
ต้องพยายามละความโลภให้เต็มที่
เพียรแสวงหาทรัพย์ในทางที่ดี
และทางที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
ท่านจะไม่ตกต่ำ ส่งเสริมให้มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง
ด้วยลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข
ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม 



วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อธิษฐานธรรม คติธรรมประจำวัน ข้อที่ ๑ พึงระลึกถึงพระพุทธคุณ


พระพุทธคุณ ๓ ประการของพระพุทธเจ้า
     ๑.พระปัญญาัธิคุณ ทรงมีพระปัญญาที่รู้ทั่วถึงสิ่งทั้งปวงอย่างไม่มีอะไรปกปิดได้ ทรงรู้อนุสัยกิเลสของแต่ละบุคคล ทรงรู้อัธยาศัยของเวไนยสัตว์ที่เคยอบรมมา ทรงรู้อินทรีย์แก่อ่อนยิ่งหย่อนของเวไนยสัตว์
     ๒.พระมหากรุณาธิคุณ ทรงมีพระกรุณาที่ยิ่งใหญ่ ไม่จำกัดบุคคล ไม่จำกัดกาล ไม่จำกัดสถานที่
     ๓.พระบริสุทธิคุณ ทรงตั้งพระทัยที่จะอบรมสั่งสอนสรรพสัตว์ให้มีจิตผ่องใส หลุดพ้นจากกิเลสด้วยพระทัยอันบริสุทธิ์ ไม่ทรงหวังสิ่งตอบแทนใดๆ
ผู้อธิษฐานธรรมข้อนี้ จงหมั่นสร้างปัญญาให้มีในตน
ใ้ห้เป็นคนมีความกรุณา มีจิตใจบริสุทธิ์ต่อกัน

เรียบเรียงโดย: ฉันทนา อุตสาหลักษณ์
กองทุนพิทักษ์ธรรม